ข่าว

วิดีโอ

เขื่อนไซยะบุรีที่ลาว เกี่ยวไหมน้ำโขงแล้ง

เขื่อนจากจีนมีผลกระทบ “แม่น้ำโขง” จริงไหมกับปริมาณการไหล (Flow) และจีนกักน้ำจริงๆหรือไม่? ยังคงเป็นคำถามสำคัญเนื่องด้วย การบริหารจัดการน้ำบนลุ่มน้ำโขงอย่างมีประสิทธิภาพ ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วนและจากนานาประเทศเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

แน่นอนว่า...การกักเก็บน้ำจากเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าต้นทางย่อมมีผลต่อการไหลปริมาณน้ำในลุ่มน้ำโขงตอนล่าง เราเชื่อว่า...“จีน” มีความตั้งใจในการผลิตกระแสไฟฟ้าตามจุดประสงค์ในการสร้างเขื่อน

แต่หลายๆครั้ง การหยุดผลิตกระแสไฟฟ้าจากเขื่อนในจีน อันเนื่องมาจากเหตุผลทางด้านการดูแลเครื่องปั่นไฟ หรือการซ่อมบำรุงโดยไม่ปล่อยน้ำออกมาจากทางสปิลเวย์...ทางน้ำล้น

และ...เลือกที่จะกักเก็บน้ำในอ่างเก็บน้ำของเขื่อนนั้นๆ ส่งผลให้ประเทศในลุ่มน้ำโขงตอนใต้ต้องเผชิญกับภาวะน้ำในแม่น้ำโขงลดปริมาณลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีตัวอย่างที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา เขื่อนจิ่งหงซึ่งเป็นเขื่อนที่มีอ่างเก็บเขื่อนสุดท้ายก่อนที่จะผ่านเขตแดนจีน-ลาว เข้าสู่ประเทศลาว จากรายงานของ MRC ระบุว่าเขื่อนจิ่งหงได้ลดปริมาณการปล่อยน้ำจากประมาณ 1,200 ลบ.ม./วินาที เหลือ 500 ลบ.ม./วินาที เหลือแค่ประมาณครึ่งหนึ่งปริมาณที่เคยปล่อย ซึ่งสืบเนื่องมาจากการบำรุงรักษาระบบสายส่งในบริเวณตอนใต้ของจีน

จึงมีผลให้ปริมาณการปล่อยน้ำจากจีนสู่ลำน้ำโขงเหนือน้ำของโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรีลดลงเป็นสัดส่วนประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ ของปริมาณน้ำที่จะผ่านมาถึงโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรีทีเดียว

พบว่า ปริมาณน้ำในลำน้ำโขง (Discharge) ช่วงที่บริเวณเชียงแสน ซึ่งเป็นปริมาณน้ำที่ผ่านมาจากเขื่อนจิ่งหงมีปริมาณน้ำในปี 2019 ต่ำที่สุด นับตั้งแต่ปี 2013 ที่เริ่มเก็บข้อมูลมา

ซึ่งปริมาณมวลน้ำในช่วงของเมืองเชียงแสนนั้นยังมาไม่ถึงโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี

และจากข้อมูลแสดงปริมาณน้ำที่ไหลเข้าโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี พบว่าในปีนี้ช่วงเดือนกรกฎาคมเป็นต้นมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันที่เป็นข่าว “น้ำโขงแห้ง” ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรีนั้นมีน้ำไหลเข้าต่ำที่สุดในรอบ 7 ปี สะท้อนให้เห็นความจริงที่ว่า...“ความแล้ง” และ “ปริมาณน้ำ” ที่น้อยลง รวมทั้งมวลน้ำที่มาถึงบริเวณโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรีนั้นถูกปล่อยออกเท่ากับปริมาณน้ำที่เข้ามา

ทำความเข้าใจให้ตรงกันว่า...“โรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี” ปราศจากโครงสร้างในการกักเก็บน้ำมวลน้ำที่เข้ามาทั้งหมดจึงผ่านโรงไฟฟ้าในปริมาณมวลน้ำที่เท่าเดิม

“เมื่อมวลน้ำที่เข้ามาน้อย มวลน้ำที่ผ่านออกไปจากโรงไฟฟ้าก็มีปริมาณน้อยเท่ากับปริมาณที่เข้ามา ข้อมูลนี้จึงเป็นข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ที่ช่วยสนับสนุนว่า โรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี ไม่ได้มีผลก่อให้เกิดความ แห้งแล้งอย่างที่ถูกกล่าวอ้าง”

ตอกย้ำประเด็นสำคัญต้องเข้าใจหลักการว่า “น้ำโขง” มาจาก 3 ปัจจัย...หนึ่งปริมาณไหลน้ำในลำน้ำโขงที่มีอยู่แล้ว

พลิกแฟ้มข้อมูลในช่วงเดือนกรกฎาคม...ไล่เรียงย้อนไปตั้งแต่ปี 2012 กรกฎาคมปริมาณน้ำจากข้อมูล วัดที่สถานีวัดน้ำหลวงพระบาง วัดได้ 1,297 ลบ.ม.ต่อวินาที ซึ่งถือเป็นปริมาณที่น้อยที่สุด...ปี 2019 ในช่วงวันที่ 1-17 กรกฎาคม 2019 ปริมาณน้ำจากข้อมูล วัดที่สถานีวัดน้ำหลวงพระบาง
วัดได้ 1,428 ลบ.ม.ต่อวินาที

จากข้อมูลสภาวการณ์ธรรมชาติ พบว่าในปีนี้ปริมาณไหลในลำน้ำโขงน้อยกว่าปกติ ถึงแม้จะไม่ได้ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ แต่พบว่าในปี 2019 นี้ถือเป็นปีที่ปริมาณน้ำไหลต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่ทางโครงการเก็บข้อมูลจากสถานีวัดน้ำตลอดลำน้ำโขงจำนวน 10 สถานี

ทั้งเหนือ...โรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรีตลอดไปจนถึงท้ายน้ำโรงไฟฟ้า

ข้อมูลการไหลน้ำในลำน้ำโขงนี้ เราเก็บข้อมูลไว้ตั้งแต่ปี 1950-2005 ได้รับการสนับสนุนข้อมูลจาก MRC และหลังจากในปี 2013 ทางบริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี ได้ทำการจัดตั้งสถานีตรวจวัดน้ำ ทั้งหมด 10 สถานี และกำลังจะเพิ่มเติมอีก 3 สถานี

โดยข้อมูลน้ำตั้งแต่ 2013 จนถึง 2019 ในปัจจุบัน ทางไซยะบุรีหวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์และแสดงความจริงใจในการบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำโขงตอนใต้ต่อไปในอนาคต

น่าสนใจด้วยว่า...แม้แต่ในปีที่ปริมาณน้ำต่ำสุดอย่างปี 2012 ยังมีค่าเฉลี่ยการไหลน้ำมากกว่าค่าเฉลี่ยในปี 2019 ซึ่งคือในช่วงเวลาปัจจุบันนี้ ซึ่งถือเป็นปริมาณการไหลน้ำเฉลี่ยที่น้อยเกือบ 2 เท่าเลย นี่จึงเป็นเหตุผลให้เห็นว่าปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่โรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรีนั้นมีปริมาณน้ำน้อยจากต้นทาง

ปัจจัยที่สอง...พื้นที่รับน้ำฝน สิ่งที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติ พื้นที่กว่า 85% ในลาวเป็นพื้นที่รับน้ำฝนที่จะส่งลงลำน้ำโขงทั้งทางตรงและทางอ้อมจากลำน้ำสาขา ดังนั้นปริมาณฝนจึงมีผลโดยตรงกับปริมาณน้ำในลำน้ำโขงอย่างปฏิเสธไม่ได้ ปีนี้ฝนล่าช้ากว่าทุกปี จึงแสดงผลให้ปริมาณน้ำในลำน้ำโขงต่ำกว่าจากที่ควรจะเป็นปริมาณน้ำฝนสะสมตั้งแต่ต้นปีมาถึงเดือนกรกฎาคมนั้น ในปี 2019...

มีระดับต่ำมาก ถือว่าเป็นตัวเลขที่ต่ำที่สุดในรอบ 100 ปีด้วยซ้ำไป...รวมทั้งปริมาณน้ำฝนจากนครหลวงพระบาง ซึ่งอยู่ทางเหนือของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ไซยะบุรีไป 80 กิโลเมตรมีข้อมูลตัวเลขปริมาณน้ำฝนต่อเดือน พบว่า เมื่อค่าปริมาณน้ำฝนต่อเดือนประจำปี 2019 ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของปริมาณฝนต่อเดือนตั้งแต่ปี 1920-2018 อย่างมีนัยสำคัญ

เมื่อผนวกรวมกับปัจจัยสุดท้าย...การปล่อยน้ำจากเขื่อนในจีนที่มีผลกระทบมากที่สุดดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้น และปริมาณน้ำโขงในช่วงก่อนมาถึงไซยะบุรีนั้น ยังขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำเพิ่มเติมจากลำน้ำสาขาของแม่น้ำโขงอีกด้วย ผลลัพธ์ปริมาณน้ำที่เกิดขึ้นในแม่น้ำโขงจึงอยู่ในสภาวะแห้งแล้งเป็นข่าวอย่างเลี่ยงไม่ได้

บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) ส่งข้อมูลทำความเข้าใจเกี่ยวกับ “โรงไฟฟ้าพลังนํ้าไซยะบุรี” ย้ำว่า โรงไฟฟ้าพลังนํ้าไซยะบุรี เป็นโรงไฟฟ้าพลังน้ำชนิด Run of River ซึ่งมีความแตกต่างจากโรงไฟฟ้าชนิด reservoir หรือเขื่อนกักเก็บน้ำ ตรงที่ไม่มีพื้นที่ในการกักน้ำ

“โรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบมีอ่างเก็บน้ำเลือกจะปั่นไฟเมื่อไหร่ก็ได้เพราะมีน้ำสำรองอยู่เยอะจะไม่ปั่นแล้วเก็บน้ำไว้รอปั่นเมื่อคนซื้อไฟต้องการซื้อก็ได้ เลือกที่จะปั่นก็ปล่อยน้ำ เลือกที่จะไม่ปั่นก็เก็บน้ำไว้ที่อ่างเก็บน้ำ

ส่วนโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี...เพื่อให้ทรัพยากรน้ำเกิดประโยชน์สูงสุด จึงเกิดโรงไฟฟ้าอีกชนิดที่ไม่จำเป็นต้องมีความแตกต่างของระดับน้ำมาก อาศัยแหล่งน้ำที่มีการไหลมาอย่างต่อเนื่อง เช่น แม่น้ำธรรมชาติ เราเรียก โรงไฟฟ้าพลังน้ำชนิดนี้ว่า Run of River Power Plant...มีโครงสร้างคล้ายฝายทดน้ำ”

แม่น้ำโขงเป็นแม่น้ำที่มีความผันผวนของกระแสน้ำตามฤดูกาลอยู่แล้ว ในช่วง 17-19 กรกฎาคมที่เกิดปัญหาวิกฤติหนัก เพราะปริมาณฝนที่ทิ้งช่วงไปและน้อยกว่าปกติเพราะน้ำโขงส่วนหนึ่งมาจากแม่น้ำสาขาและน้ำฝน ถ้าฝนตกน้อยน้ำก็น้อย น้ำสาขาก็น้อยไปด้วย ถัดมา...น้ำที่มาจากต้นทางคือจีนน้อยลง

และเมื่อบวกปัจจัยอื่นๆที่นอกเหนือธรรมชาติ...จากไซยะบุรีลงมา 200 กิโลเมตร เมื่อเข้าสู่ประเทศไทยมีการสูบน้ำเข้าสู่ระบบชลประทาน...ประปาตั้งแต่จังหวัดเลย หนองคาย หากไม่มีการติดตามการไหลหรือระดับน้ำในช่วงนั้นแล้วผันน้ำเข้าสู่ระบบที่มีก็จะทำให้ปริมาณน้ำโขงที่จะไหลต่อไปนั้นน้อยลงเป็นธรรมดา

วิกฤติ “แม่น้ำโขง” ไม่ว่าจะแล้งหนักสาหัส หรือโหมกระหน่ำมาเร็วแรงดั่งสึนามิ จึงเป็นความท้าทายยิ่งของมนุษย์ที่จะต้องเผชิญ เรียนรู้อยู่คู่ไปกับธรรมชาติที่ผันผวนให้ได้.

เขื่อนจากจีนมีผลกระทบ “แม่น้ำโขง” จริงไหมกับปริมาณการไหล (Flow) และจีนกักน้ำจริงๆหรือไม่? ยังคงเป็นคำถามสำคัญเนื่องด้วย การบริหารจัดการน้ำบนลุ่มน้ำโขงอย่างมีประสิทธิภาพ ต้องอาศัยความร่วมมือ 13 ต.ค. 2562 12:06 13 ต.ค. 2562 12:16 ไทยรัฐ