ข่าว

วิดีโอ

ตู่เบรก-ห้ามปะทะม็อบ ฝ่ายความมั่นคงคาดเกิน 5 หมื่น

“บิ๊กตู่” ซัดเอกสารปลอมหากองทัพจัดกำลังปราบม็อบ ยันเลี่ยงเผชิญหน้า “บิ๊กป้อม” ย้ำต้องทำตามกฎหมายไม่ให้ปะทะ ผกก.4 บช.ส. เผยนายกฯกำชับไม่ให้ชุมนุมรอบทำเนียบฯ จัด 2 กองร้อยสกัดม็อบบุก ฝ่ายความมั่นคงประเมินแนวร่วมแห่ชุมนุมกว่า 5 หมื่นไม่ยืดเยื้อ เล็งล็อกเป้าแกนนำ พท.ส่ง ส.ส.ร่วมสังเกตการณ์ ฝ่ายหนุน-ต้านชิงยื่นหนังสืออธิการบดี มธ. กลุ่มศิลปินกดดันยกพื้นที่ให้นักศึกษา “สุชาติ” โวยอย่าผลักไสไปเสี่ยงนอกรั้ว “แก้วสรร” ได้พบถึงห้องอ้างต้องขวางเผด็จการ ไม่เคารพสิทธิคนอื่น ทีมงานม็อบวัดพื้นที่ตั้ง 2 เวที ยึดสนามหลวงฝั่งเหนือขึ้นเวทีใหญ่ปราศรัยหลัก ตั้งเวทีเล็กใน มธ.รองรับมวลชน 1.3 หมื่น “รุ้ง” ขีดเส้น 30 วันรอคำตอบรัฐบาล “ประยุทธ์” บอกไม่ขัดข้องโยนสภาฯเคาะแก้ รธน.ฉุนชี้หน้าสื่อว้ากใครบอกรัฐบาลตูดขาด “ประวิตร” ไม่แตะโควตานายกฯ ไม่ชงชื่อ รมว.คลัง

หลายฝ่ายจับตาและวิตกกังวลการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม พร้อมแนวร่วมที่ขอใช้พื้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ จะเกิดความรุนแรง ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ยืนยันรัฐบาลหลีกเลี่ยงเผชิญหน้าม็อบ และกำชับไม่อยากให้มาชุมนุมรอบทำเนียบฯ

“บิ๊กตู่” ต่อจิ๊กซอว์ชวนรักสามัคคี

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 15 ก.ย.ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายก– รัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยก่อนการประชุมนายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม นำคณะเข้าพบเพื่อประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรมวันพิพิธภัณฑ์ไทย 2563 ครบรอบ “146 ปี กิจการพิพิธภัณฑ์ไทย” ภายใต้แนวคิด “พิพิธภัณฑ์ เข้าถึงได้ สนุกและทันสมัย” ส่งเสริมการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมอันดีงามของประเทศไทย จัดขึ้นที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร วันที่ 15-19 ก.ย.นำนายกฯชมการแสดงหุ่นหลวง โบราณวัตถุไทยในต่างประเทศ ที่ติดตามกลับคืนสู่ประเทศไทยจากสหรัฐฯ ผลงานใช้เทคโนโลยีในพิพิธภัณฑ์ จัดทำพิพิธภัณฑ์เหมือนจริง นายกฯ ได้ร่วมต่อจิ๊กซอว์วัตถุโบราณจำลอง อาทิ ถ้วยชาม หม้อไห กับเด็กนักเรียนโรงเรียนคลองบางกระทึก พร้อมแนะว่าการต่อจิ๊กซอว์ให้ถูกต้องและสมบูรณ์ ช่วยฝึกทักษะกระบวนการคิด เป็นกุศโลบายให้เห็นว่าประเทศไทยหากแตกแยกจะไม่สวยงาม ทุกคนต้องร่วมใจกัน รักสามัคคี เพื่อให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไปได้

ยัน รบ.–จนท.เลี่ยงเผชิญหน้าม็อบ

ต่อมาเวลา 13.20 น. พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการชุมนุมวันที่ 19-20 ก.ย. รัฐบาลมีแนวทางอย่างไรหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าที่จะนำไปสู่ความรุนแรง โดยเฉพาะการป้องกันมือที่ 3 มือที่ 4 ว่า “เรื่องนี้รัฐบาลหลีกเลี่ยงอยู่แล้ว ฝ่ายความมั่นคงหลีกเลี่ยง เจ้าหน้าที่พลเรือน ตำรวจทหาร ก็หลีกเลี่ยง เพราะฉะนั้นใครไม่หลีกเลี่ยงก็ต้องไปหามา การป้องกันมือที่ 3 มือที่ 4 เรื่องเหล่านี้สื่อก็ทราบดีทั้งหมดมีคำตอบอยู่แล้ว รัฐบาลยืนยันเรื่องของความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก และจะทำให้การบริหารราชการในช่วงนี้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เพื่อให้สอดคล้องกับวิกฤติต่างๆที่เกิดขึ้นในประเทศไทย รัฐบาลมีเสถียรภาพในการทำงานในช่วงนี้ ตนคงกราบเรียนได้เท่านี้ ขอร้องกันทุกฝ่ายทั้งแกนนำทั้งผู้ชุมนุม เจ้าหน้าที่ ช่วยกันสังเกต สอดส่อง ช่วยกันเป็นหูเป็นตา และดูแลลูกหลานของเราให้ปลอดภัย อย่าให้ตกไปเป็นเครื่องไม้เครื่องมือของใคร และถ้าเป็นการชุมนุมที่บริสุทธิ์ตนก็ไม่เคยมีปัญหากับใครทั้งสิ้น ส่วนที่ว่าจะเป็นการชุมนุมที่บริสุทธิ์หรือไม่บริสุทธิ์ก็ต้องไปสืบหากันต่อไป หลังจากนี้ก็พอจะมีข้อมูลอยู่บ้าง

ชี้เอกสารปลอมกองทัพจัดกำลังรับมือ

เมื่อถามถึงกรณีมีเอกสารปลอมทางราชการออกมาโจมตีรัฐบาลและกองทัพ เตรียมกำลังปราบผู้ชุมนุมในวันที่ 19 ก.ย. นายกฯกล่าวว่า ทุกคนทราบดีอยู่แล้วว่าเป็นเอกสารปลอม มีการชี้แจงมาแล้ว วันนี้ปลอมกันได้ทุกอย่าง มีเทคโนโลยีดิจิตอลปลอมได้หมด ปากพูดก็พูดได้หมด มีการดัดแปลงเสียงคำพูดจนถึงลอกลายเซ็นมีทุกอย่าง ขอให้ทุกคนมีภูมิคุ้มกันตรวจสอบก่อนแชร์ ไม่เช่นนั้นจะมีปัญหาต้องถูกดำเนินคดีต่อไปในอนาคต ไม่อยากวุ่นวายเรื่องเหล่านี้ ยืนยันจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ดูแลเจ้าหน้าที่ เด็กและลูกหลานของเรา ทุกคนต้องดูแลตัวเองด้วย โดยเฉพาะมาตรการต่างๆ ทั้งการตรวจสอบอาวุธและการแพร่ระบาดต่างๆ ต้องมีมาตรการเหมาะสมดูแล เพราะลูกหลานท่านก็เหมือนลูกหลานของเรา เป็นห่วงการชุมนุมอะไรก็แล้วแต่ วันนี้มีหลายอย่างที่มันแพร่อยู่ตามสื่อโซเชียล ทุกคนต้องเช็กก่อนแชร์ บางทีมีคนไม่หวังดีใช้ตรงนั้นปลุกระดม ปลุกปั่นขึ้นมา ถ้าบ้านเมืองไม่สงบแล้วมันเกิดอะไรขึ้น

“ผมไม่ห่วงอยู่แล้วว่าจะอยู่หรือจะไป แต่เป็นห่วงรัฐบาลจะอยู่ตรงไหน หลายอย่างที่เป็นกลไกที่จะไปแก้ปัญหา ไม่ว่าจะแก้รัฐธรรมนูญอะไรแล้วแต่ ใครจะทำไปดูตรงโน้น อย่ากดดันในเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ คิดว่าสังคมประชาชนส่วนใหญ่ทราบดี จึงขอแสดงความห่วงกังวล เพราะท่านก็รักลูกของท่าน ผมก็รักลูกของผม แต่ผมจำเป็นต้องรักลูกของท่านด้วย เพราะเป็นนายกฯ จึงขอให้ทุกคนช่วยกันประคับประคองสถานการณ์ช่วงนี้ให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

ไม่ตอบ นศ.จะใช้สนามหลวงให้ได้

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่าสิ่งสำคัญที่สุดรัฐบาลมีโครงการจ้างงาน ซึ่งกระทรวงแรงงานเตรียมการไว้แล้ว โดยจะจ้างงานนิสิตนักศึกษาที่ตกงานหรือยังไม่มีงานทำถึง 2.6 แสนคน ในช่วงนี้เพื่อช่วยเหลือผู้ที่จะตกงาน หรือไม่มีงานทำซึ่งรัฐบาลต้องดูแลเป็นพิเศษ ไม่ใช่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม แต่เป็นเรื่องที่รัฐบาลวางแผนไว้อยู่แล้วในการดูแลตรงนี้ และยังมีส่วนที่เหลือรวมแล้วเกือบล้านคน ตนถามว่าหากวุ่นวาย มีปัญหามากๆ บริหารราชการไม่ได้ บริหารงบประมาณไม่ได้ แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้น ซึ่งคนอีก 60 กว่าล้านที่เสียประโยชน์แล้วจะทำอย่างไรใครจะรับผิดชอบตรงนี้ขอฝากไว้ด้วยแล้วกัน ขอให้ช่วยกันคิดช่วยกันทำและช่วยกันแก้ปัญหา ผู้สื่อข่าวถามว่า กลุ่มผู้ชุมนุมยืนยันว่าจะขอใช้พื้นที่สนามหลวงให้ได้ พล.อ.ประยุทธ์ หยุดฟังคำถาม แต่ไม่ได้ตอบว่าอะไร

“บิ๊กป้อม” ย้ำทำตาม ก.ม.–ไม่ให้มีปะทะ

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ กล่าวถึงการจะเปิดพื้นที่สนามหลวงเพื่อให้ผู้ชุมนุมใช้พื้นที่ในวันที่ 19 ก.ย.ว่า ทุกอย่างทำตามกฎหมายเพราะมีกรอบกฎหมายอยู่หากจะทำอะไรต้องขออนุญาตเจ้าหน้าที่ ส่วนแผนการดูแลทำเนียบรัฐบาลเราดูแลเรียบร้อย เมื่อถามว่าจะกำหนดระยะห้ามผู้ชุมนุมเข้าใกล้ทำเนียบรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่าเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ เมื่อถามว่าหากผู้ชุมนุมเดินมาทำเนียบฯจะกำหนดระยะเวลาการชุมนุมหรือไม่เพราะอาจอยู่ยาว พล.อ.ประวิตร กล่าวว่ายังไม่รู้ว่าเขาจะมาหรือเปล่า จะเน้นการเจรจาทำความเข้าใจหรือไม่นั้น ทุกอย่างต้องทำตามกฎหมายและไม่ให้เกิดการปะทะกัน

เมื่อถามว่าเป็นห่วงมือที่ 3 หรือไม่ พล.อ.ประวิตร ย้อนถามว่า“คุณเป็นมือที่ 3 หรือเปล่า” เมื่อถามอีกว่าการข่าวมีการแจ้งหรือไม่จำนวนผู้ชุมนุมที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดที่จะมาสมทบ มีมากน้อยแค่ไหน พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ตนรู้แล้วและดูอยู่ ทราบว่าจะมีจังหวัดไหนมา เชื่อว่ารับมือได้ ผู้สื่อข่าวถามว่าต้องมีการสกัดกั้น ตรวจเข้มเรื่องอาวุธในช่วงนี้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ทราบอยู่แล้วและทำตามหน้าที่

นายกฯกำชับไม่ให้ชุมนุมรอบทำเนียบฯ

พ.ต.อ.วัชรวีร์ ธรรมเสมา ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจสันติบาล 3 รับผิดชอบพื้นที่ทำเนียบรัฐบาล กล่าวถึงการเตรียมรับมือกลุ่มผู้ชุมนุมวันที่ 19 ก.ย.ว่าได้จัดกำลังตำรวจสันติบาล 3 กับสันติบาล ทำเนียบฯ 2 กองร้อยหรือ 300 นายดูแลภายในทำเนียบฯ โดยเฉพาะตึกไทยคู่ฟ้าและตึกบัญชาการ 1 เขตหวงห้ามเด็ดขาด แจ้งกำลังพลแล้วว่าหากมีผู้ชุมนุมพยายามบุกรุกเข้ามาในทำเนียบฯ เบื้องต้นให้เจรจาก่อนแล้วจึงใช้มาตรการขั้นต่อไป ส่วนภายนอกรั้วทำเนียบฯ บช.น.ดูแล นายกฯสั่งการกำชับเป็นพิเศษคือถ้าเป็นไปได้ไม่อยากให้กลุ่มผู้ชุมนุมเข้ามาบริเวณโดยรอบทำเนียบฯ ตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ มีกำหนดไว้ว่าต้องมีระยะห่างจากทำเนียบฯ 50 เมตร คืออยู่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ การดูแลความสงบเรียบร้อยภายในทำเนียบฯจะทำตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ 19-20 ก.ย.จะใช้กำลังตำรวจเป็นหลัก ไม่ใช้กำลังเสริมจากทหาร มาตรการป้องกันทำเนียบฯไม่มีชื่อแผน แต่ดูตามสถานการณ์มากกว่า เมื่อถามว่านายกฯเป็นห่วงหรือไม่ว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะเดินเลยไปถึงลานพระบรมรูปทรงม้า พ.ต.อ.วัชรวีร์ ตอบว่า ยังไม่ได้สั่งการอะไรเป็นพิเศษ ยังไม่มีข่าวเช่นนั้น

ฝ่ายมั่นคงประเมินผู้ชุมนุมเกิน 5 หมื่น

รายงานข่าวจากฝ่ายความมั่นคงแจ้งว่า ได้ประเมินการชุมนุมวันที่ 19 ก.ย.คาดว่าจะมีมวลชนมาร่วมชุมนุมประมาณ 50,000 คน เนื่องจากครั้งแรกจัดชุมนุมที่ ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต มีคนมาเข้าร่วมประมาณ 10,000 คน ครั้งที่ 2 ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ประมาณ 30,000-40,000 คน แต่ครั้งนี้จะมีกลุ่มมวลชนของพรรคการเมืองและกลุ่มคนเสื้อแดง เดินทางจากหลายจังหวัด อาทิ ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ ราชบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี รวมถึงมวลชนจากภาคเหนือและอีสานบางส่วนมาสมทบ กลุ่มเหล่านี้ไม่ได้มีเพียงนักเรียน นักศึกษา แต่จะมีคนที่มีอายุจนถึงผู้สูงอายุ เชื่อว่าไม่มีการปะทะกันรุนแรง เจ้าหน้าที่จะเน้นเจรจาพูดคุย จะล็อกเป้าไว้ที่แกนนำเท่านั้น คาดว่าการชุมนุมจะไม่ยืดเยื้อและน่าจะเป็นไปตามที่แกนนำวางแผนไว้ก่อนจะสลายตัวกลับในที่สุด

“อนุชา” ซัดนักการเมืองปลุกคนลงถนน

เมื่อเวลา 15.00 น. ที่พรรคพลังประชารัฐ มีการประชุม ส.ส.พรรค ประจำสัปดาห์ มีนายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกฯ ในฐานะเลขาธิการพรรคเป็นประธานที่ประชุม โดยนายอนุชา กล่าวกำชับ ส.ส.พรรคให้เข้าร่วมประชุมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 64 วาระ 2 และ 3 วันที่ 16-18 ก.ย.ให้พร้อมเพรียงและขอให้อยู่ในบริเวณห้องประชุมสภาฯ ตลอด 3 วัน การชุมนุมของนักศึกษาวันที่ 19 ก.ย. ภาคส่วนการเมืองหลายด้านเป็นห่วง ยังไม่สามารถประเมินได้ว่าจะรุนแรงหรือไม่ อย่างไร จะไปถึงจุดไหน เท่าที่คุยกับ ส.ส.ในพื้นที่ยังไม่มีรายงานข่าวว่าจะมีการเดินทางมาจากต่างจังหวัดจำนวนมากตามที่มีข่าว การชุมนุมถือเป็นสิทธิของนักเรียน นิสิต นักศึกษา หากไม่เกินกรอบของกฎหมายไม่น่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรบานปลาย นักการเมืองคนใดใช้เวทีเรียกร้องในสิ่งที่ตัวเองอยากได้ ต้องพิจารณาตัวเองว่ารักระบอบประชาธิปไตยจริงหรือไม่ กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์วันหนึ่งจะเกิดกลียุค ต่างคนต่างแย่งชิง

พท.ร่วมสังเกตการณ์ม็อบ มธ.

ที่รัฐสภา นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ฝ่ายค้านติดตามสถานการณ์ด้วยความเป็นห่วง เชื่อว่าผู้ชุมนุมยังเดินตามกรอบกฎหมาย ฝ่ายไม่เห็นด้วยควรมองด้วยความเมตตา ต้องยอมรับว่ามีปัญหาอยู่จริง วันที่ 19 ก.ย. ส.ส.เพื่อไทยที่ทำงานในคณะอนุ กมธ.ปกครอง สภาฯ จะไปสังเกตการณ์ดูแลผู้ชุมนุมให้ไปตามกฎหมายและสิทธิขั้นพื้นฐาน ไม่เข้าข้างฝ่ายใด ไม่ใช่ไปบริหารสถานการณ์ ประเมินว่าจะตื่นตัวกันมากทั้งผู้ชุมนุม ตำรวจ ผู้ชุมนุมน่าจะมีคนมากกว่าเดิมเพราะเตรียมตัวมานาน ต้องดูรัฐบาลจะประคับประคองการชุมนุมอยู่ในเกณฑ์ได้หรือไม่ ผู้ชุมนุมก็ระวังอยู่ไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือใคร

“เก่ง” เช็กกองทัพปล่อยข่าวขู่ให้กลัว

นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะทำงานติดตามการชุมนุมของนักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชนของคณะ กมธ.การปกครอง สภาฯ กล่าวว่า เห็นการปล่อยข่าวกองทัพมีคำสั่งเตรียมกำลังเต็มอัตราศึกรับมือการชุมนุมวันที่ 19 ก.ย.แล้วไม่สบายใจ ตรวจสอบพบว่าไม่เป็นความจริง นักเรียน นิสิต นักศึกษาชุมนุมปราศจากอาวุธ กองทัพไม่จำเป็นต้องเตรียมกำลัง ใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสาสมัครฝ่ายผู้ชุมนุมพอแล้ว เชื่อว่ามีคนทำหลักฐานปลอมปล่อยในโซเชียลให้ผู้อ่านรู้สึกไม่ปลอดภัย มีผลต่อผู้ปกครองจะปล่อยบุตรหลานมาชุมนุม โชคดีที่กองทัพยืนยันแล้วว่าไม่เป็นความจริง การชุมนุมคงเรียบร้อยเหมือนทุกครั้ง เชื่อว่าจะมีผู้ร่วมชุมนุมครั้งนี้จำนวนมาก อยากเรียกร้องให้ผู้จัดและเจ้าหน้าที่รัฐประสานงานกันใกล้ชิดให้การชุมนุมเรียบร้อย และยังต้องคุมเข้มมาตรการด้านสาธารณสุข เพราะไวรัสโควิดยังวางใจไม่ได้เสียทีเดียว

“อุบลศักดิ์” อ้างได้ข่าวยึดอำนาจ 17 ก.ย.

ที่รัฐสภา นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย แถลงว่า ในฐานะ ส.ส.พื้นที่ จ.ลพบุรี ทราบว่าทหารในพื้นที่กังวลและไม่เห็นด้วยถ้าจะมีรัฐประหารอีกครั้ง หากเกิดรัฐประหาร ทหารใช้กำลังโค่นอำนาจ จะรวบรวมรายชื่อคนลพบุรียื่นถวายฎีกาต่อพระมหากษัตริย์ ให้คณะยึดอำนาจเป็นกบฏทันที เพราะการรัฐประหารทำให้ประเทศล้มเหลว ต่างชาติไม่เข้ามาลงทุน จะนำเรื่องถวายฎีกาฯ ไปหารือในที่ประชุมพรรคเพื่อไทย วันที่ 15 ก.ย.แม้พรรคไม่เอาด้วย หากเกิดเหตุตนจะทำแน่นอน ได้ยินเล่าลือมาว่าในงานเลี้ยงรุ่นทหารรุ่นหนึ่ง เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เป็นรุ่นที่มีอำนาจสั่งการได้ บอกว่าพร้อมจะตัดอำนาจก่อนวันที่ 19 ก.ย. มีกระแสว่าน่าจะเป็นวันที่ 17 ก.ย.

“ในค่ายทหาร จ.ลพบุรี เงียบผิดสังเกตหากมีรัฐประหารจริง บ้านเมืองตายแน่ เพราะงบฯ ปี 64 ยังไม่ผ่านสภาฯ หากงบฯ ปี 64 ไม่ผ่านทำให้ล้มทั้งระบบ ถ้ารัฐบาลใช้วิธียุบสภาจะขอเชิญชวน ส.ส.ในสภาฯ 500 คน คัดค้านยุบสภา แม้จะไม่ตรงกับข้อเสนอกลุ่มนิสิต นักศึกษา ไม่เป็นอะไร ถือเป็นความคิดอีกมุม เพราะรัฐสภาไม่ได้ทำอะไรผิด รัฐบาลไม่มีสิทธิยุบสภา ถ้ารัฐบาลบริหารไม่ได้ควรลาออกไป ให้สภาฯคัดเลือกผู้ที่เหมาะสมมาเป็นนายกฯ การยุบสภาทำให้บ้านเมืองเสียหายหนักกว่าเก่า รัฐธรรมนูญยังไม่ได้แก้ไข ส.ว. 250 คน ยังอยู่ เมื่อเลือกตั้งบุคคลเดิมๆจะได้รับชัยชนะ จะได้นายกฯคนเดิม ควรแก้รัฐธรรมนูญให้เสร็จก่อน ค่อยเลือกตั้งกันใหม่” นายอุบลศักดิ์กล่าว

“นิพิฏฐ์” จี้ผู้บริหารหาทาง รปภ.ให้เด็กๆ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กหัวข้อ “ธรรมศาสตร์กับการเมือง” ใจความว่า ในฐานะศิษย์เก่ารุ่นโบราณ เห็นว่า 1.จะจัดชุมนุมในหรือนอกมหาวิทยาลัยก็ตาม ผู้บริหารต้องหาทางรักษาความปลอดภัยทางกายภาพให้แก่นักศึกษา 100% 2.มหาวิทยาลัยต้องรักษาเสรีภาพการแสดงความเห็นของนักศึกษาตามอุดมการณ์จัดตั้งมหาวิทยาลัย 3.นักศึกษาต้องรับฟังความเห็นต่างไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพบุคคลอื่น 4. ขอยกคำกล่าวอาจารย์ท่านหนึ่งว่า “เสรีภาพย่อมมีขอบเขตกฎหมายไม่ห้ามชุมนุม คุ้มครองการแสดงความคิดเห็น อนุญาตการพูดเย้ยหยัน แต่ลงโทษการดูหมิ่นเหยียดหยามอนุญาตการคัดค้านประณาม แต่ลงโทษการใส่ความเป็นเท็จให้ผู้อื่นถูกดูหมิ่นเกลียดชัง อนุญาตการโต้แย้ง แต่ลงโทษการอาฆาตข่มขู่”

ร้องทำสนามหลวงเป็นสวนสาธารณะ

เมื่อเวลา 09.45 น. ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล บริเวณสำนักงาน ก.พ. นายเอกชัย หงส์กังวาน นักกิจกรรมทางการเมือง ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ผ่านนายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกฯ ขอให้เปลี่ยนสนามหลวงเป็นสวนสาธารณะ โดยนายเอกชัย กล่าวว่า ช่วงปี 2516-2519 นักศึกษา ประชาชน จัดชุมนุมทางการเมืองเรียกร้องประชาธิปไตยในสนามหลวงหลายครั้ง อยู่ใจกลางเมืองพื้นที่กว้าง กลายเป็นพื้นที่สัญลักษณ์การเมือง แต่หลังเหตุการณ์ปี 2519 กรมศิลปากรใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.โบราณสถานโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2504 ขึ้นทะเบียนสนามหลวงเป็น “โบราณสถาน” แต่รัฐบาลยังอนุญาตให้เป็นพื้นที่สาธารณะได้ แต่หลังสลายชุมนุมทางการเมืองปี 2552-2553 กทม. ออกระเบียบการใช้สนามหลวง วางเงื่อนไขไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง จึงขอให้รัฐบาลเพิกถอนการขึ้นทะเบียนโบราณสถาน ยกเลิกระเบียบไม่จำเป็นต้องดูแลสนามหลวง เปลี่ยนพื้นที่นี้เป็นสวนสาธารณะเพื่อประโยชน์ประชาชน

“ปิยบุตร” ปลุกหยุดวงจรสืบอำนาจ 14 ปี

ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้าให้สัมภาษณ์ว่า มธ.เป็นส่วนราชการเกี่ยวข้องกับวิชาการ และเป็นพื้นที่ปลอดภัยในการแสดงออกได้มากที่สุด การไม่อนุญาตให้ใช้เป็นการผลักให้นักศึกษา จำเป็นต้องออกไปใช้พื้นที่อื่น เมื่อมหาวิทยาลัยเล็งเห็นใช่หรือไม่ว่าเป็นประเด็นอ่อนไหว ยิ่งต้องให้จัดในมหาวิทยาลัย ผลักออกไปข้างนอกไม่ได้ ในฐานะพลเมืองไทย ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งเพิกถอนสิทธิ เลือกตั้ง 10 ปี ไม่สามารถเพิกถอนสิทธิความเป็นพลเมืองไทยได้มีสิทธิเข้าร่วมชุมนุมจะเข้าร่วมในฐานะประชาชนคนหนึ่ง วิกฤตการณ์ทางการเมืองไทยร่วมสมัยปฏิเสธไม่ได้ว่าเริ่มต้นจากรัฐประหาร 19 ก.ย.49 วันนี้ 14 ปีแล้ว พยายามทำทุกอย่างขโมยอำนาจของประชาชนไป น่าจะถึงเวลาแล้วรัฐประหาร 19 ก.ย.49 ต่อเนื่องถึงรัฐประหารซ่อม 22 พ.ค.57 ได้สร้างระบอบเผด็จการสืบทอดอำนาจ ไม่สอดคล้องกับยุคสมัยปัจจุบันและไปต่อไม่ได้ ต้องยอมรับและควรคิดหาทบทวนกันได้แล้วว่าควรหยุดวงจร 14 ปีนี้ เสียที แล้วเริ่มต้นออกแบบรัฐธรรมนูญใหม่

ศิลปินกดดัน มธ.ยกพื้นที่ให้ นศ.

เมื่อเวลา 13.30 น.ที่ตึกโดมมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ (มธ.) ท่าพระจันทร์ “กลุ่มนักเขียน บรรณาธิการ ศิลปิน สื่อมวลชนและประชาชนผู้เชื่อมั่นในหลักการประชาธิปไตย” นำโดยนายสุชาติ สวัสดิศรี ศิลปินแห่งชาติ นายชำนาญ จันทร์เรือง นักวิชาการ ฯลฯ ยื่นหนังสือเปิดผนึกที่มีผู้ร่วมเข้าชื่อ 1,964 รายชื่อให้นางเกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดี มธ. ผ่าน น.ส.ณัฐธยาน์ มิตรมูลพิทักษ์ ผอ.กองบริการ มธ.ท่าพระจันทร์ ยืนยันเข้าร่วมชุมนุม 19 ก.ย. แถลงการณ์ระบุว่า 1.ขอยืนยันว่าข้อเรียกร้อง 3 ข้อของนักศึกษาไม่ละเมิดกฎหมาย สะท้อนเจตจำนงคนรุ่นใหม่ รัฐและผู้เห็นต่างต้องโต้แย้งด้วยข้อมูลข้อเท็จจริง หยุดให้ร้ายบิดเบือนละเมิด ด้วยวิธีการและท่วงทำนองต่ำทราม 2.ขอให้คณะผู้บริหาร มธ.ทบทวนเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาและประชาชน ได้แสดงออกจุดยืนทางการเมือง ทั้งสนับสนุนระบบดูแลความปลอดภัยแทนการปิดกั้นผลักไสให้ไปรับความเสี่ยงนอกรั้ว มธ. และ 3.เรียกร้องสื่อตรวจสอบข้อมูลยับยั้งแก้ไขข่าวสารเท็จ จากกลุ่มที่ประสงค์ให้เกิดการเผชิญหน้าจนสถานการณ์รุนแรง เพื่อนำไปสู่การใช้อำนาจนอกระบบไม่ว่าจะทำรัฐประหารหรือตั้งรัฐบาลพิเศษ

“แก้วสรร” นำทีมขวางไม่เคารพสิทธิคนอื่น

ต่อมาเวลา 15.00 น.ที่ลานปรีดี หน้าตึกโดม มธ.ท่าพระจันทร์ กลุ่มประชาคมธรรมศาสตร์ ประกอบด้วย ศิษย์เก่ารุ่นต่างๆ นำโดยนายแก้วสรร อติโพธิ นิติศาสตร์ 2512 ยื่นหนังสือคัดค้านการเปิดพื้นที่ให้กลุ่มธรรมศาสตร์และการเมืองชุมนุมใน มธ. พร้อมแนบรายชื่อศิษย์เก่า มธ. 2,966 รายชื่อให้อธิการบดี มีกลุ่มเชียร์ลุงที่นำโดย น.ส.วริษนันท์ ศรีบวรธนกิจ (แอดมินเจน) นำดอกไม้มาให้กำลังใจ นายแก้วสรรกล่าวว่า ขอสนับสนุนการออกคำสั่งของอธิการบดี เราไม่ได้ปฏิเสธเสรีภาพทางความคิดของนักศึกษา แต่เห็นว่าการใช้เสรีภาพในการชุมนุมครั้งนี้ยอมรับไม่ได้ เห็นตรงกันคือการเคลื่อนไหวสร้างความเปลี่ยนแปลงในบ้านเมืองโดยไม่รับผิดชอบ ไม่เคารพสิทธิของคนอื่น รวมทั้งสร้างกำลังทางการเมืองด้วยความจงเกลียดจงชัง ปลุกปั่นคนไทยไปจนถึงลูกเล็กเด็กแดง แตกเป็นฝักฝ่ายเช่นปัจจุบัน ทั้งไม่เชื่อว่านักศึกษาจะควบคุมม็อบได้หากมีการเดินขบวนที่มีการปลุกปั่นมาจากโลกไซเบอร์ ถ้าจัดอภิปรายให้ถูกต้องโปร่งใส ชัดเจนจะไม่มายุ่งบ้านเมืองเวลานี้มี 2 พวก พวกหนึ่งคือพวกใช้สิทธิใช้อำนาจตามอำเภอใจ กับอีกพวกหนึ่งอยากใช้สิทธิโดยสงบ มีกฎหมายชุมนุมสาธารณะก็บังคับใช้ตามเรื่องเพื่อความโปร่งใส และในสภาขอให้ทำงาน อย่าไปทำเรื่องบ้าๆบอๆ มันหมดยุคที่จะนั่งลุ้นว่าวันพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น

อธิการบดีให้พบยื่นหนังสือถึงห้อง

จากนั้นนายแก้วสรรได้นำช่อดอกไม้ไปวางที่อนุสาวรีย์ปรีดี พนมยงค์ พร้อมกล่าวว่า เพื่อประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ธรรมศาสตร์ต้องพ้นเงื้อมมือเผด็จการม็อบ ก่อนเดินเข้าไปในตึกโดมยื่นหนังสือ แต่อธิการบดี มธ.ไม่ได้ลงมารับ เนื่องจากเกรงว่าจะเป็นการลำเอียง เนื่องจากมีกลุ่มสนับสนุนมายื่นหนังสือเช่นกัน แต่อนุญาตให้นายแก้วสรร พร้อมคณะศิษย์เก่าขึ้นไปยื่นหนังสือบนห้องทำงานแทน เพราะได้นัดหมายกันไว้ล่วงหน้า หลังเข้าพบอธิการดี มธ.นายแก้วสรรเผยว่า ได้ให้กำลังใจอธิการบดีที่ดูเหนื่อย เพราะทำงานหนักและเคารพการตัดสินใจของท่าน

เล็งยึดท่าพระจันทร์–สนามหลวง

ช่วงบ่าย ทีมงานกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม ลงพื้นที่ตรวจสอบและวัดระยะการจัดตั้งเวทีปราศรัยในสนามฟุตบอล มธ.ท่าพระจันทร์และท้องสนามหลวง โดยจะตั้งเวทีที่บริเวณหน้าตึกโดมแล้วหันเวทีมาที่หอประชุมใหญ่ มธ.จะตั้งทั้งสิ้น 2 เวที ทั้งใน มธ.ท่าพระจันทร์ เป็นเวทีเล็ก บริเวณท้องสนามหลวงฝั่งทิศเหนือเป็นเวทีใหญ่ ช่วงสายวันที่ 19 ก.ย.ทีมงานติดตั้งเวทีจะเข้าไปในพื้นที่ มธ.ท่าพระจันทร์ตระเตรียมสถานที่เบื้องต้น เมื่อมวลชนเริ่มเข้าพื้นที่ถึงจะติดตั้งเวทีใหญ่ ที่ท้องสนามหลวงฝั่งทิศเหนือ จะให้เป็นเวทีหลัก การชุมนุมและแกนนำทั้งหมดจะขึ้นปราศรัยบนเวทีสนามหลวงแห่งเดียว

“รุ้ง” เผยรอคำตอบรัฐบาล 30 วัน

น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล (รุ้ง) คณะสังคมวิทยาฯ มธ.หัวหน้าพรรคโดมปฏิวัติ และแกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม กล่าวว่า แผนการจัดชุมนุมลุล่วงไปแล้วกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ วันชุมนุมใหญ่ที่จะเริ่มที่ มธ.เบื้องต้นจะขอเจรจาเข้าพื้นที่ มธ.ก่อน คาดว่าผู้บริหารน่าจะเปลี่ยนใจ เพราะขณะนี้ภาครัฐยอมให้ใช้สนามหลวงแล้วครึ่งหนึ่ง แต่ถ้าไม่ให้เข้าจริงๆคงมีการตัดโซ่ ส่วนผู้ชุมนุมคาดว่าอย่างต่ำราว 3 หมื่นคน ใน มธ.จุคนได้ราว 1.3 หมื่นคน หลังปักหลักค้างคืนแล้วประมาณ 08.00 น.วันที่ 20 ก.ย.จะเคลื่อนขบวนไปที่ทำเนียบฯ ตั้งกรอบการรอให้รัฐบาลดำเนินการตามข้อเรียกร้องไว้ราว 30 วัน ถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้นจะยกระดับการชุมนุม ผู้ที่จะมารับข้อเรียกร้องกำหนดว่าควรต้องระดับรองนายกฯขึ้นไปเท่านั้น ส่วนเรื่องความรุนแรงหรือการสลายการ ชุมนุม ตอนนี้ฝ่ายรักษาความปลอดภัยการชุมนุมมีแผนการรับมือไว้เรียบร้อย

บช.น.เตือน ปชช.เลี่ยงเส้นทางม็อบ

พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น.กล่าวว่า การนัดชุมนุมวันที่ 19-20 ก.ย. ที่มีแผน จะเดินทางไปทำเนียบฯ บช.น.ยืนยันจะไม่ประกาศปิดการจราจร ยกเว้นเหตุจำเป็นกรณีมีผู้ชุมนุมจำนวนมาก และลงมาเดินจนเต็มผิวจราจรจนรถยนต์ผ่านไม่ได้ ถือว่าเป็นการปิดการจราจรไปโดยปริยายจะมีความผิดตามกฎหมายจราจรเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมได้ แต่ในทางปฏิบัติอาจยังไม่จับกุมเพราะอาจโกลาหลได้ จะใช้วิธีบันทึกภาพแล้วออกหมายเรียกมารับทราบข้อกล่าวหาภายหลัง ขอให้ประชาชนที่จะเดินทาง หลีกเลี่ยงเส้นทางถนนราชดำเนิน แยกผ่านฟ้า แยกมัฆวาน แยกสวนมิสกวัน ถนนพิษณุโลก ถนนพระราม 8 ถนนหลานหลวง ถนนมหาไชย ถนนจักรพรรดิพงษ์ หลีกเลี่ยงขึ้นสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า แนะนำให้เลี่ยงไปใช้สะพานกรุงธน (ซังฮี้) สะพานพระราม 8 และสะพานสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าแทน

ถกทีมทำเนียบฯแผนอารักขาเข้ม

ต่อมาเวลา 17.15 น. พล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลปชัย รอง จตร.ปฏิบัติราชการ บช.น.เดินทางมาทำเนียบรัฐบาลร่วมประชุมเป็นการภายใน เพื่อเตรียมแผนซักซ้อมแผนรักษาความปลอดภัยทำเนียบฯ ในช่วงการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมระหว่างวันที่ 19-20 ก.ย. โดยได้สำรวจพื้นที่โดยรอบทำเนียบฯ เพื่อวางมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยพื้นที่ภายนอกทำเนียบฯจะใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจจาก บช.น.ดูแล วันที่ 16 ก.ย. เวลา 10.00 น. จะมีการประชุมภายในร่วมกับนายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดที่ตึกบัญชาการ 1 เพื่อซักซ้อมแผนอีกครั้ง

“บิ๊กตู่” ไม่ขัดข้องโยนแก้ รธน.เรื่องในสภา

เมื่อเวลา 13.20 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงประเด็นและรูปแบบการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่เห็นต่างทั้งแก้ไขรายมาตรา ระบบเลือกตั้งหรือการเลือกนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เป็นกระบวนการในสภาฯ ตนไม่มีข้อขัดข้องแต่ประการใด ขอให้เป็นการหารือซึ่งได้จัดตั้งคณะ กมธ.ศึกษารายละเอียดกันแล้ว มีทั้งพรรคร่วมรัฐบาล พรรคฝ่ายค้าน เยอะแยะไปหมด รัฐบาลก็ติดตามอยู่ หวังว่าทุกอย่างจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เมื่อถามว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญหากทำประชามติอาจต้องใช้จ่ายงบฯสูงถึง 15,000 ล้านบาท จะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเกิดขึ้นได้ยากหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การใช้จ่ายงบฯมีเหตุผลสำคัญคือต้องใช้ ถ้าจำเป็นต้องทำประชามติก็ต้องหางบฯมาดำเนินการ พวกท่านทราบดีว่าเรากำลังมีปัญหาเรื่องงบฯอยู่ แต่ตนไม่ได้ขัดข้อง ก็แล้วแต่ท่าน

“สุทิน” ยันไม่มีปลอมลายเซ็นแก้ รธน.

ที่รัฐสภา นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า กรณีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ระบุว่าญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญมีปัญหาลายเซ็น ส.ส.ที่เข้าชื่อเสนอญัตติ บางคนลายเซ็นไม่เหมือนกันว่า ยืนยันว่า ส.ส.ฝ่ายค้านไม่มีการปลอมลายเซ็นแน่นอน ฝ่ายค้านระมัดระวังเรื่องนี้มาก เนื่องจากเคยมีปัญหามาแล้วในอดีต แต่ประธานรัฐสภาอาจมีเหตุสงสัยบ้างตามขั้นตอนการตรวจสอบความถูกต้อง แต่ไม่ถือเป็นจุดพิรุธ มั่นใจว่าการพิจารณาญัตติแก้รัฐธรรมนูญในที่ประชุมรัฐสภาวันที่ 23-24 ก.ย.จะพิจารณาทั้ง 4 ญัตติที่มีปัญหาได้ทัน หากจะมีปัญหาน่าจะแค่บางญัตติเท่านั้น ส่วนกรณี ส.ว.ตั้งข้อสังเกตฝ่ายค้านเสนอปิดสวิตช์ ส.ว.จะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญล้มเหลว ส.ว.จะไม่เห็นชอบด้วย การเสนอปิดสวิชต์ ส.ว.เป็นข้อเสนอจากคณะ กมธ.วิสามัญศึกษาหลักเกณฑ์ และวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พูดคุยมานานแล้ว หากจะกระทบก็อยู่ที่ ส.ว.จะพิจารณา

ปชป.ย้ำ ส.ส.ฝ่ายค้านลงชื่อ 4 ญัตติได้

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ยื่นคำร้องคัดค้านการลงชื่อในญัตติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของฝ่ายค้านว่า ไม่มีอะไรสลับซับซ้อน ชัดเจน ตัวร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญทั้ง 4 ฉบับของฝ่ายค้านเป็นคนละเรื่อง คนละมาตรา คนละประเด็นกัน ส.ส.ลงชื่อแต่ละร่างได้ไม่ถือว่าซ้ำซ้อนกัน จากนี้กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเข้มข้นยิ่งขึ้นน่าจับตา เมื่อเข้าสู่การพิจารณาวาระ 1 รัฐธรรมนูญกำหนดให้ออกเสียงลงคะแนนวาระหนึ่งขั้นรับหลักการ ใช้วิธีเรียกชื่อและลงคะแนนโดยเปิดเผย ต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้ง 2 สภา จำนวนนี้ต้องมี ส.ว.เห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของวุฒิสภา คือ 84 คน

“เทพไท” ซัด “ไพบูลย์” เลิกตีรวนเตะถ่วง

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า นายไพบูลย์ยื่นคัดค้านน่าจะมาจากความเห็นวิปพรรคร่วมรัฐบาลที่ต้องการให้สมาชิกพรรคร่วมรัฐบาลลงชื่อในญัตติของพรรคร่วมรัฐบาลญัตติเดียว แต่ตนและเพื่อน ส.ส.หลายคนเห็นว่าลงชื่อในญัตติอื่นที่มีเนื้อหาและรายละเอียดแตกต่างกันได้ จึงมี ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์จำนวนหนึ่งลงชื่อในญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ร่วมกับ ส.ส.พรรคการเมืองรวม 99 คน จาก 13 พรรคการเมือง ขอให้ทุกฝ่ายยึดคำวินิจฉัยของประธานรัฐสภาเป็นข้อยุติ ไม่อยากให้นำประเด็นการยื่นญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาเป็นเกมการเมือง ขัดขวางการทำหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภาในการแก้ไข รัฐธรรมนูญ หรือนำประเด็นนี้มาตีรวน สร้างความปั่นป่วนในที่ประชุมรัฐสภาอีก อยากเห็นทุกฝ่ายร่วมผลักดันให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ประสบความสำเร็จเป็นประชาธิปไตย มีที่มายึดโยงกับประชาชนอย่างแท้จริง

รปช.หัวชนฝาคัดค้านแก้ รธน.

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่พรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) นายทวีศักดิ์ ณ ตะกั่วทุ่ง หัวหน้าพรรครวมพลังประชาชาติไทย พร้อมแกนนำและ ส.ส.พรรค ร่วมแถลงจุดยืนคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยนายทวีศักดิ์กล่าวว่า พรรคมีมติไม่ให้ ส.ส.พรรคร่วมลงชื่อในญัตติเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทุกฉบับ รวมถึงลงมติไม่เห็นชอบวาระ 1 รับหลักการทุกญัตติ เหตุผลคือรัฐธรรมนูญปี 2560 มุ่งปฏิรูปประเทศทุกด้านผ่านการออกเสียงประชามติจากประชาชนทั่วประเทศ เพิ่งใช้มาแค่ 3 ปีเศษ ยังไม่ชัดเจนว่ารัฐธรรมนูญมีปัญหาหรือไม่ มีเพียงนักการเมืองจำนวนหนึ่งไม่ชอบใจ ไม่สมประโยชน์ตามต้องการ อีกทั้งญัตติเสนอแก้ไขครั้งนี้ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ไม่มีการเปิดรับฟังความเห็นตามมาตรา 77 วรรคสอง ยืนยันว่าไม่มีเจตนาเป็นกบฏต่อพรรคร่วมรัฐบาล แต่มองว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ถือเป็นนโยบายร่วมกัน และการประกาศจุดยืนไม่ได้เชื่อมโยงกับกลุ่มไทยภักดี

“บิ๊กป้อม” ไม่เสนอชื่อขุนคลังโควตา “ตู่”

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรค พลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวจะมี การสลับเก้าอี้รัฐมนตรีว่า ยืนยันว่าไม่มีและยืนยันว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ไม่ได้ถามอะไร ส่วนตำแหน่ง รมว.คลัง นายกฯจะเป็น ผู้ตัดสินใจ ยืนยันว่าตนจะไม่เสนอใคร และจะไม่มี การเคลื่อนไหวเขย่าตำแหน่งภายใน พปชร. ส่วนกระแส ข่าวที่มีการปล่อยออกมาก่อนหน้านี้ไม่ทราบว่าใครปล่อย ที่ผ่านมาไม่มีใครเคยมาคุยกับตน

“สุพัฒนพงษ์” บัตรหล่นยิงมุกลางไม่ดี

เมื่อเวลา 08.20 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯ และ รมว.พลังงาน เดินทาง เข้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อร่วมประชุม ครม.ตามปกติ แต่เมื่อรถยนต์ส่วนตัวถึงหน้าตึกบัญชาการ 1 ขณะก้าว ลงจากรถส่งยิ้มทักทายสื่อมวลชน ปรากฏว่า บัตรประจำตัว ครม.ที่ติดหน้าอกเสื้อได้หล่นลงข้างประตูรถ ผู้ติดตาม รีบก้มเก็บส่งให้ นายสุพัฒนพงษ์จึงยิ้มแก้เขินหันมา กล่าวติดตลกกับผู้สื่อข่าวว่า “ลางไม่ดีหรือป่าวเนี่ย” ทำให้กลุ่มผู้สื่อข่าวต่างส่งเสียงฮือฮา แล้วสอบถาม ถึงกระแสข่าวการปรับ ครม.ในตำแหน่ง รมว.คลัง ที่ว่างอยู่จะปรับไปควบ รมว.คลัง ด้วย นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า “ยังไม่รู้” เมื่อถามว่า มีการพูดคุยกับนายกฯ เรื่องการปรับ ครม.แล้วหรือยัง นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวพร้อมโบกมือปฏิเสธว่า “ไม่มีๆ”

“บิ๊กตู่” อวยพรเบิร์ธเดย์ “วิษณุ–อนุทิน”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุม ครม.ก่อนเข้าวาระการประชุมได้อวยพรวันคล้ายวันเกิด พร้อมมอบช่อดอกไม้ให้กับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ที่มีอายุครบ 69 ปี ในวันที่ 15 ก.ย. และถือโอกาสอวยพรย้อนหลังวันคล้ายวันเกิดนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ที่มีอายุครบ 54 ปี เมื่อวันที่ 13 ก.ย. ที่รวมถึงรัฐมนตรีคนอื่นๆที่เกิดใน เดือน ก.ย. โดย พล.อ.ประยุทธ์อวยพรว่า ขอน้อมจิต อาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก ตลอดจนเดชะพระบารมีของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้โปรดอภิบาลประทานพรให้ประสบแต่ความสุขอันพึงปรารถนาทุกประการ ขอให้ประสบความสำเร็จ ในหน้าที่การงาน ขอให้มีสุขภาพแข็งแรง ปฏิบัติตน เพื่อให้ประเทศชาติเดินหน้าต่อไปได้

ฉุนชี้หน้าว้ากสื่อใครบอก รบ.ตูดขาด

ต่อมา เวลา 13.20 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์แถลงภายหลังประชุม ครม.ถึงการจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและผู้พิการว่า เรื่องนี้ได้ชี้แจงไปหลายครั้งแล้ว แต่มีหลายคนมาโยงว่ารัฐบาลเงินไม่พอ ข้อเท็จจริงไม่ใช่ มันเกี่ยวกับระบบการจ่าย การลงทะเบียน จะเร่งรัดการดำเนินการให้เร็วที่สุด ให้ทันกำหนดวันที่ 22 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลัง การให้สัมภาษณ์ ผู้สื่อข่าวได้ถามว่า การที่กระทรวงการคลังเปลี่ยนช้างตัวใหม่ คิดว่ารัฐบาลจะแก้ปัญหารัฐบาลตูดขาดได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์หันมา และชี้นิ้ว มาที่ผู้สื่อข่าวกล่าวด้วยน้ำเสียงโกรธว่า “ใครบอกรัฐบาล ตูดขาด ชี้แจงมาแล้ว 5 ครั้ง คุณไปอยู่ที่ไหนมา”

พท.จ่อชำแหละงบกลาโหม–คค.

เมื่อเวลา 09.20 น. ที่รัฐสภา นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทยและประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 64 วาระ 2-3 วันที่ 16-17 ก.ย. ว่า มีหลายประเด็นที่ ส.ส.ติดใจสงวนคำแปรญัตติไว้ เพราะ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 64 ปรับลดไม่สอดคล้องกับปัญหาเศรษฐกิจประเทศ กระทรวงกลาโหม แม้ตัดงบเรือดำน้ำ ไปแล้ว แต่ยังมีงบฯ ส่วนอื่นตัดออกได้อีก และงบฯ กระทรวงคมนาคมที่เน้นสร้างถนนแต่ถูกปรับลดน้อย ฝ่ายค้านกังวลการจัดเก็บรายได้ตั้งไว้ 2.7 ล้านล้านบาท จะได้ตามเป้าหรือไม่ จะกู้อีกหรือไม่ ปีที่ผ่านมารัฐบาล กู้ชดเชยเงินขาดดุล ปีนี้ยังกู้เพื่อแก้วิกฤติโควิด-19 อีก และจะสอบถามงบฯผู้สูงอายุ คนพิการ หลังปรากฏข่าวงบฯ ไม่พอ ส่วนทิศทางการลงมติวาระ 3 ต้องรอ ฟังการอภิปรายวาระ 2 ก่อน ฝ่ายค้านจะนัดหารือวันสุดท้ายของการอภิปราย เพื่อประมวลผลกำหนดทิศทางลงมติจะรับหรือไม่รับหรืองดออกเสียง

กมธ.หั่นงบฯ 64 เหลือ 3.28 ลล.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 16 ก.ย.มีวาระสำคัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 64 วงเงิน 3.3 ล้านล้านบาท วาระ 2-3 ที่มีนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลังเป็นประธาน ตามที่ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 64 พิจารณาเสร็จแล้ว กมธ.ตัดลดงบฯ ทั้งสิ้น 31,965,549,000 บาท เพื่อนำไปจัดสรรให้ส่วนราชการตามที่ ครม.เสนอตามความเหมาะสมและจำเป็น 17,419 ล้านบาท จัดสรรให้หน่วยงานรัฐสภา ศาล องค์กรอิสระ และองค์กรอัยการ 509 ล้านบาท ทำให้เหลืองบฯ ปี 64 รวม 3.28 ล้านล้านบาท มี กมธ.ขอสงวนความเห็น 36 คน และมี ส.ส.สงวนคำแปรญัตติ 182 คน โดยกระทรวงกลาโหมถูกปรับลดมากที่สุด 7,788 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นโครงการผูกกับงบฯ ข้ามปีของเหล่าทัพ กระทรวงมหาดไทยถูกปรับลด 3,863 ล้านบาท กระทรวงศึกษาธิการถูกปรับลด 1,853 ล้านบาท ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยได้รับจัดสรรงบฯ เพิ่มเติมให้ 10,656 ล้านบาท ให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นใช้จ่ายโครงการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 588 ล้านบาท โครงการจัดสวัสดิการทางสังคมแก่ผู้ด้อยโอกาส 5.1 แสนบาท และการจัดสรรเงินอุดหนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 10,067 ล้านบาท กระทรวงสาธารณสุขได้รับงบฯ เพิ่มเติม 5,679 ล้านบาทเป็นค่าตอบแทนบุคลากรหน่วยงานสาธารณสุข

อัดหลาน “ตู่” อู้ฟู่แต่คนไทยตกงาน

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ระบุได้เตือน พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ให้ระมัดระวังการทำธุรกิจของคนในครอบครัวว่า พล.อ.ประยุทธ์ ผู้เป็นลุงและเป็นคนเตือนมีประเด็นพักอาศัยในบ้านพักทหารหลังเกษียณอายุราชการ ที่ศาลรัฐธรรมนูญกำลังพิจารณาวินิจฉัยอยู่ พล.อ.ปรีชาผู้เป็นพ่อและผู้ถูกเตือน สร้างสถิติขาดประชุม สนช. 394 วันจาก 400 วัน แต่ยังถูกเลือกให้เป็น ส.ว. บรรจุลูกชายเป็นทหารแล้วอ้างว่าใครๆก็ทำกัน ลูกชายตั้งบริษัทในค่ายทหารประมูลงานกองทัพ จนถึงข่าวได้งาน สวทช. 124 ล้านบาท ขณะที่คนไทยเกือบ 10 ล้านคนเสี่ยงตกงานจากวิกฤติเศรษฐกิจ แต่กิจการลูกหลานในตระกูลจันทร์โอชากลับเจริญเติบโตเหมือนไม่ได้รับผลกระทบ คนบางตระกูลเข้าถึงสิทธิพิเศษขณะที่คนประกอบธุรกิจทั่วไป ยังคงต้องเผชิญกับความยากลำบากในการแข่งขันเพื่อความอยู่รอด

วิป รบ. เชื่อ 3 วันอภิปรายจบ

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะวิปรัฐบาล กล่าวว่า วิปรัฐบาลเชื่อว่าการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯ 64 ไม่แล้วเสร็จใน 2 วันคือวันที่ 16-17 ก.ย. จึงกำชับ ส.ส.พรรครัฐบาลเตรียมตัวเข้าประชุมสภาฯ เชื่อว่าจะใช้ 3 วัน ส่วนกรอบการอภิปรายนั้น ขอให้ยึดประโยชน์และเกิดความคุ้มค่ามากที่สุด วันแรกจะเริ่มเวลา 09.30 น. ถึง 02.00 น.วันที่ 17 ก.ย.วันถัดไปจะดูความเหมาะสมและความคืบหน้าของมาตราที่ผ่าน เชื่อว่าการพิจารณาวาระ 2-3 จะแล้วเสร็จได้ในวันที่ 18 ก.ย.เพื่อส่งให้วุฒิสภาพิจารณาวันที่ 21-22 ก.ย.ต่อไป

นายกฯแค่ดำริหยุดยาวรอดูเดือน ต.ค.

เมื่อเวลา 08.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯให้สัมภาษณ์ถึงกรณี นายกฯมีแนวคิดให้มีวันหยุดเพิ่มเติมกระตุ้นเศรษฐกิจว่าตามหลักต้องจัดให้มีช่วงไม่มีวันหยุดนักขัตฤกษ์ เช่น เดือน พ.ย. น่าจะดี หยุดทั้งทีควรรวมวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ด้วย ต้องขอดูวันก่อน ให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาพิจารณาช่วงเวลาเหมาะสม รวมถึงให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดูการจราจรด้วย ถ้าเป็นช่วงวันลอยกระทงจะนานไป ถ้าเป็นช่วงต้นเดือนจะเป็นช่วงออกพรรษา สรุปแล้วคือหยุดให้ไปเที่ยว

ต่อเวลา 13.20 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม แถลงภายหลังประชุม ครม.ถึงการให้มีวันหยุดเพิ่มเติมว่า ตนเพียงดำริไว้เฉยๆ ส่วนจะทำได้ไม่ได้ เมื่อไหร่ อย่างไร ต้องรอเวลา อย่าเพิ่งไปลือกันมากมาย ถ้าจะมีวันหยุดพิเศษขึ้นมาต้องประกาศล่วงหน้าเพื่อให้มีการท่องเที่ยว ตอนนี้ขอให้ไปดูเดือน ต.ค.ที่มีวันหยุดธรรมดา วันหยุดนักขัตฤกษ์ตรงนั้นไว้ก่อน อย่ามาบอกว่ารัฐบาลไม่บอกก่อน เพราะไม่ใช่วันพิเศษอะไร ถ้าเป็นวันพิเศษจะบอกล่วงหน้า

ราชทัณฑ์ปล่อยตัว “เหวง-วีระ”

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ประตู 1 ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม ได้ปล่อยตัวนพ.เหวง โตจิราการ อายุ 69 ปี นายวีระกานต์ มุสิก-พงศ์ อายุ 72 ปี และนายพงศ์พิเชษฐ์ สุขจินดาทอง อายุ 69 ปี แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ผู้ต้องขังในความผิดนำขบวนผู้ชุมนุมบุกบ้านสี่เสาเทเวศน์ เมื่อปี 2550 ศาลฎีกาสั่งจำคุกคนละ 2 ปี 8 เดือน ออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เนื่องจากได้รับการพักโทษในฐานะผู้ต้องขังสูงอายุ โดยมีนางธิดา ถาวรเศรษฐ อดีตประธาน นปช. ภรรยา นพ.เหวง นางสิริกุล ใสยเกื้อ ภรรยานายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ พร้อมแนวร่วม นปช.มาคอยต้อนรับอย่างอบอุ่น ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย

นพ.เหวงกล่าวว่า ขอบคุณประชาชนที่เมตตาต่อผมและได้มารับกลับบ้าน ดีใจปลื้มปีติยินดีมีความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างมาก ที่ได้รับการปล่อยตัวเป็นอิสระจากเรือนจำ พร้อมกับนักโทษจำนวนมาก แต่ส่วนตัวยังยืนยันในจุดยืนเดิมในการเคลื่อนไหวต่อต้านเผด็จการ สนับสนุนระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชนอย่างแท้จริงด้วยสันติวิธี ร่วมให้กำลังใจพี่น้องผู้รักประชาธิปไตยทั้งประเทศ ส่วนการชุมนุมวันที่ 19 ก.ย. จะติดตาม ดูอยู่ที่บ้าน เพราะมีปัญหาสุขภาพ ขณะที่นายวีระกานต์ กล่าวเพียงสั้นๆว่า “รู้สึกโล่ง ปลอดโปร่ง”

“บิ๊กตู่” ซัดเอกสารปลอมหากองทัพจัดกำลังปราบม็อบ ยันเลี่ยงเผชิญหน้า “บิ๊กป้อม” ย้ำต้องทำตามกฎหมายไม่ให้ปะทะ ผกก.4 บช.ส. เผยนายกฯกำชับไม่ให้ชุมนุมรอบทำเนียบฯ 15 ก.ย. 2563 20:00 16 ก.ย. 2563 09:33 ไทยรัฐ